Logo

รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตร (ย่อย) ปีการศึกษา 2563

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา


บทสรุปผู้บริหาร

    ผลการประเมินหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2563 ผลการประเมิน หลักสูตรได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด มีผลคะแนนรวมอยู่ที่ 2.83 อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีผลการประเมินทั้ง  6 องค์ประกอบ ดังนี้

  1. องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน หลักสูตรมีผลการบริหาร การจัดการหลักสูตรเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ผ่านการประเมิน
  2. องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต  เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่เปิดใหม่ในปีการศึกษา 2563 จึงไม่มีการประเมินตัวบ่งชี้นี้
  3. องค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา ผลการประเมินได้คะแนน 2.33 อยู่ในระดับปานกลาง
  4. องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์ ผลการประเมินได้คะแนน 3.06 อยู่ในระดับดี
  5. องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน ผลการประเมินได้คะแนน 3  อยู่ในระดับปานกลาง
  6. องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ผลการประเมินได้คะแนน  3 อยู่ในระดับปานกลาง
บทนำ

1.1 ชื่อหลักสูตร ชื่อปริญญาและสาขาวิชา

1) ชื่อหลักสูตร หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา

2) ชื่อปริญญา ปร.ด. (พุทธศาสนาและปรัชญา)

3) สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา (เอก)

1.2 คณะต้นสังกัดและสถานที่เปิดสอน

1) คณะต้นสังกัด วิทยาเขตร้อยเอ็ด

2) สถานที่เปิดสอน

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด

1.3 ปรัชญาความสำคัญและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ปรัชญาของหลักสูตร

“รอบรู้พระพุทธศาสนา เชี่ยวชาญปรัชญา กล้าหาญทางคุณธรรม นำองค์ความรู้สู่การพัฒนามนุษย์”

2) ความสำคัญของหลักสูตร

               การแสวงหาและต่อยอดแนวคิดทางการศึกษา เพื่อเติมเต็มองค์แห่งความรู้ในสิ่งที่ขาดหายไป เพื่อสร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างแนวคิดต่าง ๆ   อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือ ความเข้าใจ และไว้ใจซึ่งกันและกัน ก้าวผ่านความรู้ความเชื่อแบบมิติเดียว ตระหนักในความสำคัญของคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง

               พุทธศาสนาและปรัชญาได้ทำหน้าที่พยุงคุณค่าทางด้านความคิด ความเชื่อ ตลอดทั้งภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังคงทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ทิศทางการศึกษาของมนุษยชาติจะก้าวหน้าและดำเนินไปในทิศทางใด สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือผู้ชี้แนะแนวทางให้แก่สังคม ผู้ที่จะสามารถชี้แนะแนวทางการศึกษาได้ดีนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในหลักพุทธศาสนาและปรัชญาเป็นอย่างดี จึงจะสามารถทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์  บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงคุณค่าของพุทธศาสนาและปรัชญาดังกล่าว จึงได้ให้ความสำคัญต่อการผลิตบัณฑิตที่ทรงความรู้และความสามารถทางพุทธศาสนาและปรัชญา สามารถสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สามารถชี้นำสังคมสู่วิถีทางที่ถูกต้อง และเสริมสร้างสันติสุขแก่สังคมโลก จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะขยายการศึกษาในด้านพุทธศาสนาและปรัชญาให้กว้างขวางในสังคมมากยิ่งขึ้น

3) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

   1. เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางพุทธศาสนาและปรัชญา สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ และบูรณาการกับวิทยาการสมัยใหม่ได้อย่างเป็นระบบ

           2. เพื่อผลิตดุษฎีบัณฑิตที่มีบุคลิกภาพดี  สามารถนำความรู้ประยุกต์ใช้กับสังคม สามารถให้ข้อเสนอแนะและชี้นำแก่สถาบันและองค์กรต่าง ๆ ในสังคมได้เป็นอย่างดี

              3. เพื่อสร้างนักคิดและผู้นำที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีจิตใจกว้างขวาง กล้าหาญและเสียสละ

            4. เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นต้นแบบทางความคิดอันเกิดจากการวิจัยทางด้านพุทธศาสนาและปรัชญาในระดับสูง บัณฑิตสามารถสร้างทฤษฎีขึ้นใหม่ได้ โดยเน้นประสบการณ์ในงานวิจัยและมีวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพดี เพื่อพัฒนาวิชาการด้านพุทธศาสนาและปรัชญาของชาติ

1.4 รหัสหลักสูตร 25521861109533_2097_IP

สรุปผลการประเมิน
ผลการประเมินตามตัวบ่งชี้ตามองค์ประกอบคุณภาพระดับหลักสูตร
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด
ปีการศึกษา 2563

องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน

เกณฑ์การประเมิน ผลการดำเนินการ
1. จํานวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จำนวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไม่น้อยกว่า 3 คนและเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร เกินกว่า 1 หลักสูตรไม่ได้และประจำหลักสูตรตลอดระยะเวลาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรนั้น
ผ่าน
2. คุณสมบัติของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร คุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตำแหน่งศาสตราจารย์ขึ้นไป และมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลังโดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
3. คุณสมบัติอาจารย์ประจำหลักสูตร มีอาจารย์ประจำหลักสูตรที่มีคุณสมบัติขั้นต่ำปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าที่มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป มีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลังโดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
4. คุณสมบัติของอาจารย์ผู้สอน

อาจารย์ประจำ มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าที่มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน หรือสาขาวิชาของรายวิชาที่สอน และต้องมีประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง คุณสมบัติของ
อาจารย์พิเศษ (ถ้ามี) มีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กันหรือสาขาวิชาของรายวิชาที่สอน และต้องมีประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการใน 5 ปีย้อนหลัง มีชั่วโมงสอนไม่เกินร้อยละ 50 ของรายวิชา โดยมีอาจารย์ประจำเป็นผู้รับผิดชอบรายวิชานั้น

ผ่าน
5. คุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ ต้องเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือ ขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าและดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และต้องมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
6. คุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม ต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าและดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และต้องมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
7. คุณสมบัติของอาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์

อาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ประกอบด้วย อาจารย์ประจำหลักสูตร และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกไม่น้อยกว่า 5 คน ประธานผู้สอบวิทยานิพนธ์ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก
อาจารย์ประจำหลักสูตร ต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือ ขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าและดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการใน 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่าและมีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับชาติ ซึ่งตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระไม่น้อยกว่า 10 เรื่อง หากไม่มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ตามที่กำหนดจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงเป็นที่ยอมรับซึ่งตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ โดยผ่านการเห็นชอบของสภาสถาบันและแจ้ง กกอ ทราบ

ผ่าน
8. การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษา

การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษา กรณี แผน ก1 ต้องได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศของ กกอ. กรณี แผน ก2 ต้องได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศของ กกอ. หรือ นำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการโดยบทความที่นำเสนอได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมทางวิชาการ (proceedings) กรณี แผน ข รายงานการค้นคว้าหรือส่วนหนึ่งของการค้นคว้าอิสระต้องได้รับการเผยแพร่ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่สืบค้นได้

ผ่าน
9. ภาระงานอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระในระดับบัณฑิตศึกษา

วิทยานิพนธ์ อาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอก 1 คนต่อนักศึกษา 5 คน
การค้นคว้าอิสระ อาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอก 1 คนต่อนักศึกษา 15 คน
หากอาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอกและมีตำแหน่งทางวิชาการหรือปริญญาโท และมีตำแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ขึ้นไป 1 คนต่อนักศึกษา 10 คน หากเป็นที่ปรึกษาทั้ง 2 ประเภทให้เทียบสัดส่วนนักศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์ 1 คนเทียบเท่ากับนักศึกษาที่ค้นคว้าอิสระ 3 คน

ผ่าน
10. การปรับปรุงหลักสูตรตามรอบระยะเวลาที่กำหนด มีการปรับปรุงหลักสูตรตามรอบระยะเวลาที่กำหนด ต้องไม่เกิน 5 ปี ตามรอบระยะเวลาของหลักสูตร หรืออย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี
ผ่าน
สรุปผลการประเมิน ผ่าน

ตัวบ่งชี้คุณภาพ เป้าหมาย คะแนนประเมินจากคณะกรรมการ
องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต
2.1 คุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
ไม่รับการประเมิน
2.2 ผลงานของนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่
ไม่รับการประเมิน
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต
0.00
องค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา
3.1 การรับนักศึกษา
4
3
3.2 การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา
4
2
3.3 ผลที่เกิดกับนักศึกษา
4
2
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา
2.33
องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์
4.1 การบริหารและพัฒนาอาจารย์
4
3
4.2 คุณภาพอาจารย์
4
4.17
4.3 ผลที่เกิดขึ้นกับ อาจารย์
5
2
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 4 อาจารย์
3.06
องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน
5.1 สาระของรายวิชาใน หลักสูตร
4
2
5.2 การวางระบบผู้สอนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน
4
3
5.3 การประเมินผู้เรียน
4
2
5.4 ผลการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
5
5
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน
3.00
องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
6.1 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
4
3
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
3.00
เฉลี่ยรวมทุกตัวบ่งชี้ (11 ตัวบ่งชี้)
2.83
ตารางวิเคราะห์คุณภาพการศึกษาในระดับหลักสูตรปีการศึกษา 2563
องค์ประกอบที่ คะแนนผ่าน จำนวนตัวบ่งชี้ I P O คะแนนเฉลี่ย ผลการประเมิน
0.01-2.00 ระดับคุณภาพน้อย
2.01-3.00 ระดับคุณภาพปานกลาง
3.01-4.00 ระดับคุณภาพดี
4.01-5.00 ระดับคุณภาพดีมาก
1 ผ่าน หลักสูตรได้มาตรฐาน
2 Logo 0 - - - - -
3 3 2.33 - - 2.33 ปานกลาง
4 3 3.06 - - 3.06 ดี
5 4 2.00 3.33 - 3.00 ปานกลาง
6 1 - 3.00 - 3.00 ปานกลาง
รวม 11 2.60 3.25 - 2.83 ปานกลาง
ผลการประเมิน ปานกลาง ดี - ปานกลาง ปานกลาง
จุดเด่นและโอกาสในการพัฒนา
องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน

จุดเด่น

จุดที่ควรพัฒนา

1. การกำหนดตัวผู้กำกับมาตรฐาน

แนวทางทางส่งเสริมจุดที่ควรพััฒนา

1. หลักสูตรควรมีการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบในการในการกำกับมาตรฐาน เพื่อประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพที่กำหนดไว้ในตัวบ่งชี้ที่เป็นมาตรฐานของหลักสูตร ทั้งนี้เพื่อวางแผน และดำเนินให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งในระยะสั้นระยะยาว 

องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต

จุดเด่น

จุดที่ควรพัฒนา

1. ผลงานตีพิมพ์ของนักศึกษาในหลักสูตร

แนวทางปรับปรุงจุดที่ควรพัฒนา

1. หลักสูตรควรมีเป้าหมาย และมีแนวทางในการส่งเสริม พัฒนาผลงานทางวิชาการของนักศึกษาในหลักสูตร โดยอาจบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางวิชาการของนักศึกษา และก่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

องค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา

จุดที่ควรพัฒนา

     1. การพัฒนาศักยภาพนิสิตและส่งเสริมพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ยังไม่มีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ

แนวทางปรับปรุง

     1. ควรวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนานิสิต เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นกิจกรรมที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละภาคการศึกษาทุกปีการศึกษา ตลอดระยะเวลาที่นิสิตศึกษาในหลักสูตร (ทำแผน ๒ ปี) เพื่อให้นิสิตได้รับประสบการณ์ในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีความหลากหลาย โดยคำนึงถึงคุณลักษณะนิสิตที่พึงประสงค์และวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่ระบุไว้ใน มคอ.๒ รวมทั้งผลลัพธ์ผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติทั้ง ๓ ด้าน คือ (๑) บุคคลผู้มีความรู้ (๒) ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และ (๓) พลเมืองที่เข้มแข็ง  

     2. ควรวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนานิสิต โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างทักษะเพื่อการทำวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพสูง โดยการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ การใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการทำวิทยานิพนธ์ รวมทั้งแนวทางการเผยแพร่และตีพิมพ์วิทยานิพนธ์อย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ หลักสูตรควรรายงานความเชื่อมโยงของผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เกิดจากกระบวนการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้ชัดเจน

     3. นักศึกษารุ่นแรก เป็นรุ่นเริ่มต้น หากผู้รับผิดชอบหลักสูตรวางแผน เตรียมการ ขับเคลื่อนระบบกลไกในการพัฒนานักศึกษาให้สามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามกรอบระยะเวลา ย่อมสามารถสร้างความเชื่อมั่น และนำไปสู่การต่อยอดในรุ่นต่อๆ ไป 

องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์

จุดที่ควรพัฒนา

     1. การบริหารและพัฒนาอาจารย์ยังไม่มีระบบชัดเจน

     2. การอ้างอิงบทความของอาจารย์ในฐาน TCI และ SCOPUS 

 แนวทางปรับปรุง

     1. ควรสำรวจความต้องการอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จัดทำแผนพัฒนาอาจารย์รายบุคคลระยะ ๕ ปี มีการดำเนินงานตามแผน และกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามแผนฯ ที่กำหนด

     2. ควรอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาด้านการบริหารหลักสูตรตามกรอบ TQF โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารหลักสูตรในด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน การวัดผลประเมินผลที่ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลลัพธ์การเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้ใน มคอ.๒

     3. ควรจัดระบบของหลักสูตรในการบริหารภาระงานอาจารย์ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย และภาระงานการบริหารหลักสูตร  รวมถึงการมอบหมาย การกำกับติดตามและมาตรการที่ทำให้ระบบภาระงานมีผลในทางปฏิบัติ สะท้อนผลงานของอาจารย์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

     4. ควรประชาสัมพันธ์บทความของอาจารย์ที่ตีพิมพ์ในฐาน TCI และ SCOPUS ให้นิสิตปริญญาเอกรับทราบเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในงานวิจัย โดยอาจประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์

องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน

จุดที่ควรพัฒนา

     1. การกำหนดค่าเป้าหมายร่วมกันของในตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพยังไม่มีการดำเนินการ

     2. การกำกับมาตรฐานให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดในตัวบ่งชี้แต่ละองค์ประกอบ

  แนวทางปรับปรุง

     1. ควรประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเพื่อกำหนดเป้าหมายของการทำงานในตัวบ่งชี้ ๕.๑ ๕.๒ และ ๕.๓  เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงาน และการประเมินกระบวนการทำงานว่าบรรลุเป้าหมายหรือไม่อย่างไร ถ้าไม่บรรลุมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

     2. ควรทบทวนผลจากการประเมินคุณภาพการศึกษาจากข้อเสนอแนะกรรมการ และนำมาจัดทำแผนพัฒนาจากผลการประเมิน  ดำเนินการตามแผน ประเมิน และรายงานผลเป็นระยะๆ 

องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้

จุดเด่น

จุดที่ควรพัฒนา

1. การเขียนรายงานผลการดำเนินการ

แนวทางปรับปรุงจุดที่ควรพัฒนา

1. หลักสูตรควรเขียนรายผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของหลักสูตร 

2. ตัวบ่งชี้ที่ 6.1 เป็นตัวบ่งชี้เชิงกระบวนการ หลักการสำคัญในการดำเนินการตามตัวบ่งชี้เชิงกระบวนการ อาจารย์ประจำหลักสูตร/ผู้รับผิดชอบหลักสูตรต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกัน หาแนวทางร่วมกันในการขับเคลื่อนเพื่อสู่เป้าหมาย และมีการประเมินการทำงานเป็นระยะๆ เพื่อปรับปรุงให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

สิ่งต้องปรับปรุงเร่งด่วน (ถ้ามี)

1. การ KM เรื่องระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของการดำเนินการ และการเขียนรายงานตัวชี้วัดที่เป็นกระบวนการ และการใช้ระบบประกันคุณภาพการศึกษาในการกำกับการทำงาน การบริหารหลักสูตร

2 การเขียนรายงานข้อมูลในระบบ และการแนบหลักฐานข้อมูลในระบบ หลายตัวบ่งชี้ยังรายงาน และใช้หลักฐานที่เป็นข้อมูลของหลักสูตรปรัชญามหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา หลักสูตรควรพิจารณาแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้อง

3. หลักฐานที่แนบคำอธิบายในตัวบ่งชี้ มีไม่เพียงพอสำหรับการตอบโจทย์เชิงกระบวนการ ผู้รับผิดชอบหลักสูตรควรพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม

บทสัมภาษณ์
ภาพถ่าย