Logo

รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตร (ย่อย) ปีการศึกษา 2563

หลักสูตรศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา


บทสรุปผู้บริหาร

จากผลการดำเนินงานของหลักสูตรศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด  ได้คะแนนผลการประเมินจากคณะกรรมการโดยภาพรวมอยู่ที่  3.13 คุณภาพระดับคุณภาพดี  โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงานทั้ง องค์ประกอบ ดังนี้

          องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด  มีผลการบริหารจัดการหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ในองค์ประกอบที่ นี้ คือ - ผ่านการประเมิน

          องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด  การผลิตบัณฑิตหรือการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ในวิชาและวิชาชีพ มีคุณลักษณะตามหลักสูตรที่กำหนด บัณฑิตระดับอุดมศึกษาจะต้องเป็นผู้มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ผลการประเมินตนเองในองค์ประกอบที่  2 นี้เท่ากับ   2.36    อยู่ในระดับคุณภาพระดับปานกลาง

          องค์ประกอบที่ นักศึกษา สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด  นักศึกษา ระบบการประกันคุณภาพนักศึกษา ต้องให้ความสำคัญกับการรับหรือคัดเลือกนักศึกษาและการส่งเสริมพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ความพร้อมทางการเรียน เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความสามารถตามหลักสูตร มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผลการประเมินตนเองในองค์ประกอบที่  3 นี้เท่ากับ 3   อยู่ในระดับคุณภาพ ปานกลาง

          องค์ประกอบที่ 4  อาจารย์ สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด  มีการบริหารและพัฒนาอาจารย์ คุณภาพอาจารย์และผลลัพธ์ที่เกิดกับอาจารย์ ผลการประเมินตนเองในองค์ประกอบที่  - นี้เท่ากับ    3.11   อยู่ในระดับคุณภาพ ดี

          องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด มีการกำกับการบริหารจัดการหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างต่อเนื่องผลการประเมินตนเองในองค์ประกอบที่  5 นี้เท่ากับ  3.75 อยู่ในระดับคุณภาพ ดี

        องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด  มีการสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่กำหนดตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ผลการประเมินตนเองในองค์ประกอบที่  6 นี้เท่ากับ  3 อยู่ในระดับคุณภาพ ปานกลาง

บทนำ

1.1 ชื่อหลักสูตร ชื่อปริญญาและสาขาวิชา

1) ชื่อหลักสูตร หลักสูตรศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา

2) ชื่อปริญญา ศน.ม. (พุทธศาสนาและปรัชญา)

3) สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา (โท)

1.2 คณะต้นสังกัดและสถานที่เปิดสอน

1) คณะต้นสังกัด วิทยาเขตร้อยเอ็ด

2) สถานที่เปิดสอน

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ตำบลดงลาน อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

1.3 ปรัชญาความสำคัญและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ปรัชญาของหลักสูตร

“พัฒนามนุษย์ตามแนวพุทธปรัชญา ศึกษา ค้นคว้า วิจัย  ให้บริการความรู้สู่สังคม โดยมุ่งเน้นส่งเสริมผลิตมหาบัณฑิตทางด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญา ให้มีความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ทฤษฏีและปฏิบัติ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ”

2) ความสำคัญของหลักสูตร

" ปรัชญาของหลักสูตรนี้  มีความสำคัญต่อการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาทั้งระบบเพราะต้องการพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม สอดคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยคือ ความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา และสอดคล้องกับปรัชญาของบัณฑิตวิทยาลัย คือ ส่งเสริมศึกษา ค้นคว้าวิจัย เพื่อองค์ความรู้คู่คุณธรรม "

3) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

1) ผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ทางด้านพุทธศาสนาและปรัชญา มีความรู้ มีคุณธรรม

2) ผลิตบัณฑิตให้มีความเข้าใจหลักพุทธศาสนาและปรัชญา ปรับใช้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน

3) ผลิตบัณฑิตให้มีความเข้าใจแก่นแท้ของพุทธศาสนาและปรัชญา มีภาวะผู้นำ ใช้ปัญญาวิเคราะห์ด้วยหลักเหตุและผล

1.4 รหัสหลักสูตร 25481861109191

สรุปผลการประเมิน
ผลการประเมินตามตัวบ่งชี้ตามองค์ประกอบคุณภาพระดับหลักสูตร
หลักสูตรศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด
ปีการศึกษา 2563

องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน

เกณฑ์การประเมิน ผลการดำเนินการ
1. จํานวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จำนวนอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไม่น้อยกว่า 3 คนและเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร เกินกว่า 1 หลักสูตรไม่ได้และประจำหลักสูตรตลอดระยะเวลาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรนั้น
ผ่าน
2. คุณสมบัติของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร คุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าที่มีตำแหน่งศาสตราจารย์ขึ้นไป และมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลังโดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
3. คุณสมบัติอาจารย์ประจำหลักสูตร มีอาจารย์ประจำหลักสูตรที่มีคุณสมบัติขั้นต่ำปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าที่มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ขึ้นไป มีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลังโดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
4. คุณสมบัติของอาจารย์ผู้สอน

อาจารย์ประจำ มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าที่มีตำแหน่งรองศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน หรือสาขาวิชาของรายวิชาที่สอน และต้องมีประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง คุณสมบัติของ
อาจารย์พิเศษ (ถ้ามี) มีคุณวุฒิขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กันหรือสาขาวิชาของรายวิชาที่สอน และต้องมีประสบการณ์ด้านการสอนและมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 1 รายการใน 5 ปีย้อนหลัง มีชั่วโมงสอนไม่เกินร้อยละ 50 ของรายวิชา โดยมีอาจารย์ประจำเป็นผู้รับผิดชอบรายวิชานั้น

ผ่าน
5. คุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ ต้องเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือ ขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าและดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และต้องมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
6. คุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม ต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือขั้นต่ำปริญญาโท หรือเทียบเท่าและดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ในสาขาวิชานั้น หรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และต้องมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการในรอบ 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผ่าน
7. คุณสมบัติของอาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์

อาจารย์ผู้สอบวิทยานิพนธ์ ประกอบด้วย อาจารย์ประจำหลักสูตร และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกไม่น้อยกว่า 5 คน ประธานผู้สอบวิทยานิพนธ์ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก
อาจารย์ประจำหลักสูตร ต้องมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่า หรือ ขั้นต่ำปริญญาโทหรือเทียบเท่าและดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์ ในสาขาวิชานั้นหรือสาขาวิชาที่สัมพันธ์กัน และมีผลงานทางวิชาการอย่างน้อย 3 รายการใน 5 ปีย้อนหลัง โดยอย่างน้อย 1 รายการต้องเป็นผลงานวิจัย
ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก มีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือเทียบเท่าและมีผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับชาติ ซึ่งตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระไม่น้อยกว่า 10 เรื่อง หากไม่มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ตามที่กำหนดจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงเป็นที่ยอมรับซึ่งตรงหรือสัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ โดยผ่านการเห็นชอบของสภาสถาบันและแจ้ง กกอ ทราบ

ผ่าน
8. การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษา

การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษา กรณี แผน ก1 ต้องได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศของ กกอ. กรณี แผน ก2 ต้องได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติที่มีคุณภาพตามประกาศของ กกอ. หรือ นำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการโดยบทความที่นำเสนอได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมทางวิชาการ (proceedings) กรณี แผน ข รายงานการค้นคว้าหรือส่วนหนึ่งของการค้นคว้าอิสระต้องได้รับการเผยแพร่ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่สืบค้นได้

ผ่าน
9. ภาระงานอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระในระดับบัณฑิตศึกษา

วิทยานิพนธ์ อาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอก 1 คนต่อนักศึกษา 5 คน
การค้นคว้าอิสระ อาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอก 1 คนต่อนักศึกษา 15 คน
หากอาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอกและมีตำแหน่งทางวิชาการหรือปริญญาโท และมีตำแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ขึ้นไป 1 คนต่อนักศึกษา 10 คน หากเป็นที่ปรึกษาทั้ง 2 ประเภทให้เทียบสัดส่วนนักศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์ 1 คนเทียบเท่ากับนักศึกษาที่ค้นคว้าอิสระ 3 คน

ผ่าน
10. การปรับปรุงหลักสูตรตามรอบระยะเวลาที่กำหนด มีการปรับปรุงหลักสูตรตามรอบระยะเวลาที่กำหนด ต้องไม่เกิน 5 ปี ตามรอบระยะเวลาของหลักสูตร หรืออย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี
ผ่าน
สรุปผลการประเมิน ผ่าน

ตัวบ่งชี้คุณภาพ เป้าหมาย คะแนนประเมินจากคณะกรรมการ
องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต
2.1 คุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
4
4.71
2.2 ผลงานของนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่
5
0.00
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต
2.36
องค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา
3.1 การรับนักศึกษา
4
3
3.2 การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา
4
3
3.3 ผลที่เกิดกับนักศึกษา
4
3
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา
3.00
องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์
4.1 การบริหารและพัฒนาอาจารย์
4
3
4.2 คุณภาพอาจารย์
4
3.33
4.3 ผลที่เกิดขึ้นกับ อาจารย์
5
3
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 4 อาจารย์
3.11
องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน
5.1 สาระของรายวิชาใน หลักสูตร
4
4
5.2 การวางระบบผู้สอนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน
4
3
5.3 การประเมินผู้เรียน
4
3
5.4 ผลการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
5
5
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน
3.75
องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
6.1 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
4
3
เฉลี่ยคะแนนองค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
3.00
เฉลี่ยรวมทุกตัวบ่งชี้ (13 ตัวบ่งชี้)
3.16
ตารางวิเคราะห์คุณภาพการศึกษาในระดับหลักสูตรปีการศึกษา 2563
องค์ประกอบที่ คะแนนผ่าน จำนวนตัวบ่งชี้ I P O คะแนนเฉลี่ย ผลการประเมิน
0.01-2.00 ระดับคุณภาพน้อย
2.01-3.00 ระดับคุณภาพปานกลาง
3.01-4.00 ระดับคุณภาพดี
4.01-5.00 ระดับคุณภาพดีมาก
1 ผ่าน หลักสูตรได้มาตรฐาน
2 Logo 2 - - 2.36 2.36 ปานกลาง
3 3 3.00 - - 3.00 ปานกลาง
4 3 3.11 - - 3.11 ดี
5 4 4.00 3.67 - 3.75 ดี
6 1 - 3.00 - 3.00 ปานกลาง
รวม 13 3.19 3.50 2.36 3.16 ดี
ผลการประเมิน ดี ดี ปานกลาง ดี ดี
จุดเด่นและโอกาสในการพัฒนา
องค์ประกอบที่ 1 การกำกับมาตรฐาน

1. การเขียนรายงานผลการดำเนินการการปรับปรับปรุงหลักสูตร พ.ศ.2559 ที่ครบรอบปรับปรุงในปี 2563 หลักสูตรมีกระบวนการดำเนินการอย่างไร และผลการปรับปรุงเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร 

2. ควรมีการวางตัวผู้รับผิดชอบในการกำกับมาตรฐานของหลักสูตรที่กำหนดไว้ให้ครบทุกตัวบ่งชี้ และมีตรวจสอบผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารหลักสูตรเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต

1. การประเมินคุณภาพบัณฑิตนอกจากจะประเมินตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแล้ว หลักสูตรควรพิจารณาถึงปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตรว่า บัณฑิตของหลักสูตรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ใน มคอ.2 หรือไม่

2. หลักสูตรสามารถพัฒนาผลงานของนิสิตที่ยังไม่สำเร็จการศึกษา นอกเหนือจากผลงานของบัณฑิตที่สำหรับการศึกษา โดยอาจบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในรายวิชา และสามารถนำผลงานดังกล่าวไปนำเสนอในเวทีวิชาการในระดับต่างๆ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางวิชาการแก่นิสิตในระดับบัณฑิตศึกษา

องค์ประกอบที่ 3 นักศึกษา

1. การเขียนรายงานผลการดำเนินงานในเชิงกระบวนการ เน้นที่เป้าหมาย และการดำเนินงานว่าทำอย่างไรเพื่อบรรลุเป้าหมาย ถ้าไม่บรรลุ มีการทบทวน มีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร และทำอย่างไรต่อ โดยในการนำเสนอในรายงาน ควรมีรายละเอียดที่สามารถตรวจสอบกระบวนการทำงานให้เห็นเป็นรูปธรรม

2. การเขียนรายงานอธิบายในแต่ละตัวบ่งชี้ ให้เขียนอธิบายให้ครบตามตัวบ่งชี้ที่กำหนดไว้ พร้อมกับหลักฐานประกอบให้ครบตามเกณฑ์ประเมิน

3. หลักสูตรควรวางแนวทางร่วมกันในการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาให้หลากหลายให้ครบตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา และคุณลักษณะพิเศษของหลักสูตร พร้อมกับมีการประเมินผลเป็นระยะๆ 

องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์

1. ตัวชี้วัดความสำเร็จของ การดำเนินงานที่กำหนดไว้ในแผน เป็นตัวชี้วัดที่ไม่สามารถประเมินผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับอาจารย์โดยตรง หลักสูตรควรมีการวางแผนร่วมกันในการจัดทำแผนพัฒนาเป็นรายบุคคลของอาจารย์ประจำหลักสูตร/ผู้รับผิดชอบหลักสูตรให้เป็นรูปธรรม และสามารถประเมินผลได้เป็นรูปธรรม

2. หลักสูตรควรมีแนวทางในการผลักดันร่วมกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อพัฒนาการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ในขณะเดียวกันผู้บริหารระดับสูงควรมีมาตรการในการส่งเสริมการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการในระดับนโยบาย เพื่อเกื้อกูลต่อบุคลาการที่เป็นอัตราจ้างให้ดีมาโอกาสในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อเพิ่มศักยภาพของอาจารย์ในหลักสูตรให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

องค์ประกอบที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน

1. หลักสูตรควรจัดทำแผนจากผลการประเมินคุณภาพการศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมกับการดำเนินการตามแผน การกำกับติดตามผลจากการดำเนินการตามแผน และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตร/คณะกรรมการประจำคณะ/วิทยาเขต เป็นระยะๆ 

2. ควรประชุมอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรเพื่อกำหนดเป้าหมายของการทำงานในตัวบ่งชี้ ๕.๑ ๕.๒ และ ๕.๓ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงาน และการประเมินกระบวนการทำงานว่าบรรลุเป้าหมายหรือไม่ อย่างไร ถ้าไม่บรรลุควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

 

องค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้

1. ในระดับหลักสูตร ผู้รับผิดชอบหลักสูตรควรสำรวจความต้องการของอาจารย์ประจำหลักสูตร นักศึกษาในหลักสูตร เพื่อนำมากำหนดเป็นนโยบาย หรือเป้าหมายร่วมกันในการได้มาซึ่งสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ หากเกินกำลังของหลักสูตร ก็ส่งต่อไปถึงผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อเพื่อให้ได้มาซึี่งสิ่งสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่ตรง และเพียงพอกับความต้องการในหลักสูตร

สิ่งต้องปรับปรุงเร่งด่วน (ถ้ามี)

1. หลักฐานประกอบที่ใช้ในแต่ละตัวบ่งชี้ประกันคุณภาพของหลักสูตร ยังไม่เพียงพอสำหรับการตอบคำถามเชิงกระบวนการ 

2. หลักสูตรควรมีการทำ KM เรื่องงานประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในระบบ และกลไก เพื่อใช้เป็นเครื่องมีือในการบริหารหลักสูตรให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

 

 

บทสัมภาษณ์
ภาพถ่าย